X

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร ? อาการแบบนี้เกิดจากอะไร ? รักษายังไงบ้าง ?!

เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร ? อาการแบบนี้เกิดจากอะไร ? รักษายังไงบ้าง ?!

อาการเท้าร้อนคืออะไร ? เชื่อได้ว่ามีหลายคนที่ไม่รู้จักอาการนี้ เท้าร้อนเป็นความรู้สึกร้อนหรือแสบร้อนที่เท้า มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนและมีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรง เพราะในบางครั้ง เท้าร้อนอาจมาพร้อมกับอาการต่างๆ เช่น ชา มีรอยแดง และบวม ซึ่งอาการเท้าร้อนนั้นไม่ใช่อาการที่ใหม่ เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทั้งปัจจัยต่างๆ เช่น อาชีพ หรือแม้แต่การเลือกรองเท้าที่ใส่ แต่ทั้งนี้เท้าร้อนตอนกลางคืนสามารถรักษาได้ รวมถึงมีวิธีในการดูแลและป้องกันตนเอง ในบทความนี้ทีมงานเพื่อสุขภาพจะมาพาทุกคนไปรู้จักกันว่าอาการเท้าร้อนนั้นเกิดจากอะไร และ เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร บ้าง เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและดูแลตัวเองกันค่ะ

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร ? ใครที่เป็นได้บ้าง

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร, เท้าร้อนตอนกลางคืน
Image Credit : freepik.com

อาการเท้าร้อน หรือแสบร้อนที่เท้านั้น คือความเสียหายของเส้นประสาท ซึ่งสัมพันธ์กับโรคเบาหวาน (อ่านเพิ่มเติมเรื่องเบาหวานลงเท้า เกิดจากอะไร) และภาวะทางการแพทย์หลายอย่างอาจเป็นสาเหตุของอาการได้ แต่จะพบในโรคเบาหวานได้บ่อยที่สุด ซึ่งความระคายเคืองและความรู้สึกไม่สบายจากความรู้สึกแสบร้อนที่เท้าของคุณนั้นอาจเกิดขึ้นเป็นระยะๆ หรือต่อเนื่อง และมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง โดยฝ่าเท้าของคุณอาจรู้สึกร้อน เสียวซ่า ชา เหมือนมีหนามตำ และมักจะเกิดอาการเท้าร้อนตอนกลางคืน และสาเหตุของเท้าร้อนนั้นอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ได้แก่

1. การขาดสารอาหาร

หลายคนคงสงสัยว่าเท้าร้อน ขาดวิตามินอะไรบ้าง แน่นอนว่าการขาดวิตามินหรือสารอาหารต่างๆ ทำให้เกิดอาการเท้าร้อนได้ เพราะเส้นประสาทต้องการสารอาหารบางอย่างเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง หากร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายของเส้นประสาทและมีอาการเท้าร้อนได้ เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร ? การขาดโฟเลต วิตามิน B1 วิตามิน B6 และวิตามิน B12 สามารถนำไปสู่โรคระบบประสาท และนำไปสู่อาการเท้าร้อนได้ค่ะ

2. การตั้งครรภ์

นอกจากสาเหตุของเท้าร้อน ขาดวิตามินอะไรแล้วนั้น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจรู้สึกเท้าร้อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เพิ่มอุณหภูมิร่างกายได้ เพราะน้ำหนักที่กดลงบนเท้าอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติในขณะตั้งครรภ์และการเพิ่มขึ้นของของเหลวในร่างกายทั้งหมด อาจมีบทบาทในการทำให้เท้าร้อนในระหว่างตั้งครรภ์ได้ค่ะ

3. วัยหมดประจำเดือน

อีกหนึ่งสาเหตุที่นอกจากเท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร วัยหมดประจำเดือนอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและเท้าร้อนได้ โดยผู้หญิงส่วนใหญ่มีวัยหมดประจำเดือนระหว่างอายุ 45 ถึง 55 ปี

4. การดื่มสุรา

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เท้าร้อนตอนกลางคืนคือการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายของเส้นประสาทที่เท้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่าโรคเส้นประสาทจากแอลกอฮอล์ ความเสียหายของเส้นประสาทนี้เกิดขึ้นเนื่องจากแอลกอฮอล์ขัดขวางความสามารถของร่างกายในการดูดซึม และใช้สารอาหารบางชนิดที่มีความสำคัญต่อการทำงานของเส้นประสาทที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นเพราะแอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเส้นประสาทในร่างกาย

5. ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์

รองเท้าที่ไม่ดีและการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุณหภูมิที่ร้อนจัด อาจทำให้เท้าร้อนหรือไหม้ได้ รวมถึงผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนหรือเดินนานๆ ตลอดจนนักกีฬาที่อาจเกิดการติดเชื้อราที่เท้า ก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน ซึ่งอาการเท้าร้อนมักจะพบในวัยผู้ใหญ่ ส่วนโรคเกี่ยวกับเท้าในวัยเด็กที่ผู้ปกครองควรระวังก็คือ โรคมือเท้าปาก ไม่มีไข้ นั่นเองค่ะ

เกร็ดสุขภาพ : การทำเคมีบำบัดก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของเท้าร้อนได้ เพราะเคมีบำบัดจะทำลายเซลล์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในร่างกาย และอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและอาการที่เกี่ยวข้องของการไหม้และการรู้สึกเสียวซ่าที่เท้าและมือ

เท้าร้อน สัญญาณบอกโรคอะไร ?

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร, เท้าร้อนตอนกลางคืน
Image Credit : freepik.com

นอกจากอาการเท้าร้อน ขาดวิตามินอะไรที่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญแล้วนั้น อาการเท้าร้อนยังเป็นสัญญาณบอกโรคต่างๆ ได้อีกด้วย (อ่านเพิ่มเติม ฝ่าเท้าบอกโรค ได้จริงเหรอ) ซึ่งโรคที่อาจเกิดขึ้นนั้น มีดังนี้

1. โรคระบบประสาทเบาหวาน

นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเท้าร้อน ภาวะนี้เกิดจากความเสียหายต่อเส้นประสาท และเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานประเภท 1 และประเภท 2 นอกจากอาการแสบร้อนที่เท้าแล้ว อาการต่างๆ ได้แก่ ปวด รู้สึกเสียวซ่า และชาที่แขน มือ ขา และเท้า

2. โรคไตเรื้อรัง

โรคไตเรื้อรัง เป็นผลมาจากความเสียหายต่อไต อวัยวะต่างๆ ไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้อีกต่อไป เมื่อเวลาผ่านไป สารพิษที่สะสมอยู่อาจทำให้เกิดโรคระบบประสาท และเกิดอาการเท้าร้อนได้

3. ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ

หากมีไทรอยด์ฮอร์โมนในระดับต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่าภาวะไทรอยด์ทำงานน้อย อาจนำไปสู่การรู้สึกเสียวซ่า ชา หรือปวดที่เท้า ขา แขน หรือมือ ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกายต่ำอย่างสม่ำเสมอทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย

4. หลอดเลือดอักเสบ

ภาวะหลอดเลือดอักเสบมีลักษณะเฉพาะคือ การอักเสบของหลอดเลือด อาจทำให้เกิดอาการปวดและรู้สึกเสียวซ่าที่เท้า เนื่องจากเลือดไม่สามารถไหลได้อย่างอิสระ จึงอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายและนำไปสู่อาการเท้าร้อนได้

การรักษาอาการเท้าร้อน และวิธีดูแลตนเอง

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไร, เท้าร้อนตอนกลางคืน
Image Credit : freepik.com

การรักษาเท้าร้อนจะแตกต่างกันไปและขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงของอาการ โดยอาจใช้การรักษาและดูแลตนเองได้ ดังนี้

1. แก้โรคต้นเหตุ

เมื่อเท้าร้อนเกิดจากโรคระบบประสาทจากเบาหวาน การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจช่วยบรรเทาได้ หรือเท้าร้อนที่เกิดจากอาการอักเสบและโรคเรื้อรัง อาจรักษาได้โดยตามวิธีที่แพทย์กำหนด

2. ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

หากรองเท้าไม่เหมาะสม ใส่แล้วขับเหงื่อ หรือรองเท้าของนักกีฬาที่ใส่ซ้ำๆ อาจทำให้เท้าร้อนได้ และการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้อาจช่วยบรรเทาอาการเท้าร้อนได้ค่ะ

  • สวมรองเท้าที่แตกต่างกันแบบวันเว้นวัน เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทระหว่างการสวมใส่
  • เลือกรองเท้าที่สวมใส่ได้พอดีและมีอากาศถ่ายเทได้ดี
  • เปลี่ยนถุงเท้าเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย เลือกถุงเท้าที่ระบายความชื้นออกจากผิวหนัง หรือเลือกถุงเท้าผ้าฝ้ายธรรมชาติ
  • อย่าสวมถุงเท้าหรือรองเท้าที่เปียกชื้น
  • ในสภาพอากาศร้อน ให้สวมรองเท้าแตะเพื่อช่วยให้เท้าได้หายใจ
  • สวมรองเท้าแตะเมื่อใช้สระว่ายน้ำและห้องอาบน้ำสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่เท้า
  • ใช้แป้งทาเท้าเพื่อดูดซับความชื้นส่วนเกินจากเท้า
  • หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  • แช่เท้าที่ร้อนในอ่างน้ำเย็น เพื่อให้เท้าเย็นลง

3. เสริมวิตามิน

เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไรบ้างนั้น กลุ่มวิตามินบีคือแหล่งสารอาหารสำคัญ เนื่องจากร่างกายของเราไม่สามารถผลิตและเก็บวิตามินเหล่านี้ได้ ดังนั้น วิธีเดียวคือการบริโภคสารอาหารเหล่านี้อย่างสมดุล ได้แก่ วิตามินบี 1 (ไทอามีน) พบในเนื้อหมู และซีเรียล วิตามินบี 6 (ไพริดอกซิน) พบในปลา ตับ เนื้อสัตว์ และมันฝรั่ง และวิตามินบี 12 (โคบาลามีน) พบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ นอกจากนี้ กรดโฟลิกยังอยู่ในกลุ่มวิตามินบี สามารถพบได้ในผักสีเขียวรวมทั้งบรอกโคลีและผักโขม ซึ่งกลุ่มวิตามินบีดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเซลล์เม็ดเลือดแดง การทำงานที่เหมาะสมของระบบประสาท การผลิตพลังงาน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

เกร็ดสุขภาพ : เนื่องจากวิตามิน B12 มีบทบาทสำคัญในการทำงานที่เหมาะสมของระบบประสาทโดยกระตุ้นการผลิตไมอีลิน หากมีวิตามิน B12 ต่ำจะนำไปสู่ความเสียหายของเส้นประสาท โรคระบบประสาท และอาการเท้าร้อนที่เกิดจากการขาดวิตามิน B12 ได้ เพราะฉะนั้น ดูแลเส้นประสาทของคุณโดยกินอาหารที่มีวิตามินบีในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน

ความรู้สึกแสบร้อนที่ส่งผลต่อเท้าของคุณรวมถึงฝ่าเท้า ส้นเท้า และแผ่นรองนิ้วเท้านั้น ความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยไปจนถึงอาการปวดเรื้อรังที่รุนแรง ซึ่งอาจรบกวนกิจวัตรประจำวันของคุณได้ และมีสาเหตุหลายประการที่ทำให้เกิดความรู้สึกแสบร้อนที่เท้า นอกจากโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยแล้วนั้น เท้าร้อน ขาดวิตามินอะไรก็ส่งผลให้เกิดอาการเท้าร้อนได้เช่นกัน ลองปรับเปลี่ยนอาหารที่คุณกินในแต่ละวัน เพราะการขาดวิตามิน B12 อาจเป็นสาเหตุให้เท้าร้อนได้นั่นเองค่ะ

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : vims.ac.in, medicalnewstoday.com

Featured Image Credit : freepik.com/user18526052

ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ

ติดต่อโฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้การวิเคราะห์

    เราขออนุญาติใช้คุกกี้นี้เก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นให้กับคุณ

Save