X

ฮีลใจ หมายถึง อะไร ? ในวันที่เจอเรื่องไม่ถูกใจ จะฮีลใจตัวเองยังไงให้สดใสกว่าเดิม !

เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡

ฮีลใจ หมายถึง อะไร ? ในวันที่เจอเรื่องไม่ถูกใจ จะฮีลใจตัวเองยังไงให้สดใสกว่าเดิม !

เชื่อว่าแทบทุกคนจะต้องเคยมีประสบการณ์ใจพังกันมาก่อน หรืออาจจะไม่ถึงขั้นใจพังก็ได้ แต่ก็เป็นวันที่รู้สึกแย่ รู้สึกดาวน์ มีแต่อารมณ์ขุ่นมัวในจิตใจ ซึ่งเราทุกคนล้วนไม่ต้องการให้ความรู้สึกลบๆ เหล่านั้นติดค้างคาอยู่ในใจนาน เพราะจะทำอะไร ก็เหมือนแบกเอาความรู้สึกลบๆ เหล่านั้นติดตามตัวเราไปด้วย และเมื่อใจเราพัง ก็ต้องฮีลใจ การฮีลใจ หมายถึง การฟื้นฟูเยียวยา รักษาจิตใจตัวเอง เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น สบายใจมากขึ้น และมูฟออนจากความรู้สึกลบๆ เหล่านั้นไปได้ แล้วเราจะฮีลใจตัวเองได้อย่างไร ? บทความนี้มีคำตอบค่ะ

ฮีลใจ หมายถึง อะไร ? สำคัญอย่างไร ?

ฮีลใจ หมายถึง, ฮีลใจตัวเอง
Image Credit : unsplash.com

ในบางวันที่เราเจอเรื่องราวชวนขุ่นข้องหมองใจมา หรือเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด โมโห โกรธ เสียใจ เศร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องที่ทำงาน เรื่องแฟน หรือเรื่องภายในครอบครัว เราก็ไม่อยากจะรู้สึกแย่หรือจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกลบๆ แบบนั้นนาน เพราะทำให้เรารู้สึกทุกข์ใจ และไม่สามารถทำอะไรต่อได้ จึงต้องมีการฮีลใจตัวเราเองเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ดังนั้น การฮีลใจ หมายถึงการรักษาอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง ให้เป็นไปในทางบวกมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ การรักษาเยียวยาหัวใจของเรานั่นเองค่ะ เพื่อเป็นการปลดปล่อยความรู้สึกลบๆ ออกไป และทำให้ใจของเราสบายขึ้น มีอารมณ์ผ่อนคลายมากขึ้น และรู้สึกแย่น้อยลงนั่นเอง

ถ้าเราไม่มีการฮีลใจตัวเอง เราก็จะไม่ได้ฟื้นฟู เยียวยาอารมณ์และความรู้สึกของเรา และปล่อยให้ความรู้สึกลบๆ เหล่านั้นยังคงค้างคาอยู่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเครียดสะสม และพัฒนาไปเป็นปัญหาด้านอารมณ์และสุขภาพจิตในภายหลังได้ เช่น มีภาวะซึมเศร้า มีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง วิตกกังวลเรื้อรัง และการที่ไม่ได้คลายปมบางอย่างในใจออก ก็ก่อเกิดเป็นความรู้สึกค้างคา ติดข้างอยู่ในใจตลอด ไม่อาจทำให้สบายใจได้เต็มที่ แล้วเราจะมีวิธีฮีลใจได้อย่างไร ? ไปดูกันเลยค่ะ

5 วิธีฮีลใจ ทำได้ยังไง ? ให้ตัวเองกลับมาสดใสกว่าเดิม !

เราสามารถฮีลใจได้หลายวิธีด้วยกัน และแต่ละวิธีนั้น ก็สามารถทำด้วยตัวเองได้ไม่ยากเลย ในวันที่รู้สึกแย่ แทนที่จะปล่อยให้อารมณ์ลบๆ นั้นอยู่กับตัวเรา มาฟื้นฟูใจตัวเองด้วยวิธีเหล่านี้กันดีกว่าค่ะ

1. ฝึกการหายใจ ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ

การหายใจเข้าลึกๆ จะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น และทำให้เรารู้สึกสงบมากขึ้น และเป็นวิธีทำให้ใจเย็นขึ้น เพราะเมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด โมโห มีความวิตกกังวล ร่างกายของเราจะเปิดโหมดเอาตัวรอดที่เรียกว่า “fight-of-flight” หรือ “สู้หรือหนี” อันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติจากร่างกาย ทำให้ฮอร์โมนความเครียดต่างๆ หลั่งออกมา เช่น อะดรีนาลีน นอร์อะดรีนาลีน ซึ่งการหายใจเข้าออกลึกๆ นั้น เป็นการผ่อนคลายตัวเอง ร่างกายและสมองก็จะผ่อนคลายมากขึ้น และไม่เข้าสู่โหมด “fight-of-flight” ทำให้เรารู้สึกสงบลง ค่อยๆ ผ่อนคลายความเครียด ความวิตกกังวลลงไป เป็นการฮีลใจที่จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นได้ค่ะ

2. ปลอบตัวเอง และใจดีกับตัวเอง

ฮีลใจ หมายถึง, ฮีลใจตัวเอง
Image Credit : unsplash.com

เวลาเราทำผิดพลาดหรือล้มเหลวขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องอะไรก็ตาม บางคนก็มักจะโทษตัวเองก่อนเสมอว่าเป็นความผิดของตัวเอง และอาจจะโกรธตัวเองด้วยซ้ำที่ทำผิดพลาดได้ ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง ไม่พอใจกับตัวเอง และมีความรู้สึกแย่ๆ เกิดขึ้น อยากให้ลองมองกลับกันว่า ถ้าเป็นเพื่อนของเรา เราคงไม่ไปตำหนิหรือต่อว่าให้เพื่อนรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม แต่จะพูดให้กำลังใจ และปลอบใจเพื่อนคนนั้นใช่มั้ยคะ ? เช่นกันค่ะ เราก็ต้องทำแบบนั้นกับตัวเองเช่นกัน ถ้าเรามีความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่นได้ เราก็ต้องมี Self – Compassion หรือมีความเห็นใจตัวเองด้วย และไม่ใจร้ายกับตัวเองจนเกินไป ไม่กล่าวโทษตัวเองหรือตำหนิตัวเอง แต่ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ เพราะการฮีลใจ หมายถึงการรักษาฟื้นฟูจิตใจ ที่เราเองจะต้องเป็นคนทำด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น ใจดีกับตัวเองเยอะๆ นะคะ

เกร็ดสุขภาพ : การดื่มชาจำพวกชาคาโมมายล์ ชาเปปเปอร์มินต์ จะช่วยให้เรารู้สึกวิตกกังวลน้อยลง และเศร้าน้อยลงได้ เนื่องจากกลิ่นหอมๆ ของทั้งคาโมมายล์และเปปเปอร์มินต์จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และช่วยให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์ดีขึ้นได้

3. ฮีลใจด้วยการจดบันทึก

ฮีลใจ หมายถึง, ฮีลใจตัวเอง
Image Credit : unsplash.com

การฮีลใจ หมายถึง การทำให้เรารู้สึกดีขึ้น และวิธีที่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ หนึ่งในนั้นก็คือ การระบายความรู้สึกแย่ๆ ออกมาค่ะ และถ้าเราไม่อยากเอาไปเล่าให้ใครฟัง หรือยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะคุยกับใคร การระบายอารมณ์ออกมาด้วยการเขียน ก็จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นและจิตใจสงบลงได้ ไม่ต้องไปเคร่งเครียดว่าเราจะเขียนออกมาอย่างไร แต่ให้เขียนตามความรู้สึกที่มีอยู่ ณ ตอนนั้น ทั้งความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นอันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรารู้สึกแย่ขึ้นมา และนอกจากจะทำให้เราได้ระบายพลังงานที่ไม่ดีออกมาจากใจแล้ว การเขียนยังทำให้เราได้ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยว่า เกิดจากอะไร แล้วเพราะอะไรทำไมเราถึงรู้สึกแบบนั้น หรือมีการแสดงพฤติกรรมนั้นๆ ออกไป จะทำให้เราได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาได้จากต้นตอที่แท้จริงด้วย

ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกเสียใจกับเรื่องงานเพราะเราผิดหวังกับตัวเอง และคิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ พอรู้แบบนี้แล้ว เราก็ต้องปลอบใจตัวเองหน่อย บอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร คนเราผิดพลาดกันได้ แต่อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าเราทำผิดเพราะอะไร คราวหน้าก็ปรับปรุงตัวเอง รอบคอบมากขึ้น อะไรแบบนี้เป็นต้น

4. ออกไปขับรถเล่น

ฮีลใจ หมายถึง, ฮีลใจตัวเอง
Image Credit : unsplash.com

วิธีนี้ เหมาะสำหรับคนที่เจอเรื่องหนักๆ มา แล้วอยากเอาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ เช่น กำลังอกหัก หรือถูกเลิกจ้าง ในวันที่ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อ ก็ปล่อยให้เส้นทางบนถนนนำทางเราไปค่ะ หาวันว่างๆ สักวัน แล้วออกไปขับรถเล่นอาจจะไปจังหวัดใกล้ๆ ก็ได้ ถ้าใครอยู่กรุงเทพฯ ก็อาจจะขับรถไปทะเลใกล้ๆ ออกไปเจอผู้คนใหม่ๆ หรือไปในสถานที่ที่เราไม่เคยไปมาก่อน ไปย่านสถานที่ชุมชนต่างๆ ไปดูวิถีชีวิตของคนต่างที่ต่างถิ่น ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ว่า ความจริงแล้วเราก็เป็นเพียงคนตัวเล็กๆ บนโลกนี้ ท่ามกลางผู้คนมากมาย และยังมีเรื่องราวอื่นๆ มากมายที่เกิดขึ้น ที่ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องราวของเราเท่านั้น การจมอยู่กับความคิดของตัวเอง อาจทำให้เรารู้สึกดิ่งลงเรื่อยๆ การได้เห็นชีวิตของคนอื่นๆ ในมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน อาจทำให้เรามีมุมมองต่อเรื่องของเราเปลี่ยนไป และมองเห็นทางออกได้ พร้อมกับทำใจยอมรับมันได้มากขึ้น เพราะการฮีลใจ หมายถึงการฟื้นฟูหัวใจตัวเอง แม้เราอาจไม่ได้รู้สึกว่าหายดีแล้ว 100% แต่มันก็ทำให้เราสบายใจมากขึ้น แค่นี้ก็ถือว่าได้ฮีลใจตัวเองแล้วค่ะ

5. ลดการใช้โซเชียล

เวลารู้สึกอารมณ์ไม่ดี เศร้า เสียใจ บางคนอาจจะเลือกไถหน้าจอมือถือตัวเองเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจอารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดเราดันไปเจอกับคอนเทนต์ที่ชวนกระตุ้นให้อารมณ์ปะทุขึ้นมาอีก ก็จะทำให้ยิ่งไปกันใหญ่ เช่น กำลังรู้สึกผิดหวังกับงาน แล้วดันไปเจอฟีดของคนรู้จักที่กำลังโพสต์ประสบความสำเร็จในเรื่องงาน ก็อาจจะชวนให้เราคิดน้อยใจ หรือคิดว่าตัวเองไม่เก่งเหมือนคนนั้น เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น และคิดลบมากกว่าเดิม และทำให้อารมณ์เสียไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้น ในช่วงที่อารมณ์ไม่ดี อย่างเพิ่งเล่นโซเชียลค่ะ ถ้าอยากเบี่ยงเบนความรู้สึก ให้ลองทำอะไรที่ได้อยู่กับตัวเองจะดีกว่า เช่น ฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม ออกไปเดินเล่น เป็นต้น เพราะการฮีลใจ หมายถึงการเยียวยาตัวเอง การเสพสื่อหรือเสพข้อมูลที่จะทำให้เรารู้สึกแย่ก็เดิม ก็คงไม่ทำให้ฮีลใจได้สำเร็จ และอาจจะทำให้รู้สึกแย่กว่าเดิมก็ได้

เกร็ดสุขภาพ : การอดนอน จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และทำให้ร่างกายรักษาตัวเองได้ยากขึ้น ทั้งนี้ การนอนหลับไม่เพียงพอยังส่งผลทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น เช่น นอร์เอพิเนฟริน และอะดรีนาลีน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้อาจทำให้เรารู้สึกวิตกกังวล มีภาวะ Burnout Syndrome คือ รู้สึกหมดไฟได้มากขึ้นด้วย ดังนั้น การนอนหลับให้เพียงพอจึงสำคัญสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจด้วยเช่นกัน

และนอกจาก 5 วิธีข้างต้นแล้ว เราสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ทำแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน เพื่อให้ผ่อนคลายความเครียดลง เช่น ออกไปทำสวน ออกไปรถน้ำต้นไม้ ไปออกกำลังกาย ออกไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะการฮีลใจ หมายถึงการเยียวยาหัวใจตัวเอง เพราะฉะนั้น เราสามารถใช้หลากหลายวิธีเพื่อฮีลใจตัวเราเอง และทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นได้ ทั้งนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่แนะนำให้ทำคือ การเขียนบันทึกขอบคุณตัวเอง และขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ก็จะทำให้เราได้มีการตกตะกอนความคิดว่า ก็ยังมีสิ่งดีๆ อื่นๆ ในชีวิตเกิดขึ้นมากมาย เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น ที่เป็นสาเหตุในการทำให้เราต้องฮีลใจ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องแย่ๆ เพียงไม่กี่เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต ที่เราไม่จำเป็นจะต้องเก็บมาใส่ใจก็ได้ค่ะ

“It’s Just a Bad Day, Not a Bad Life” เป็นธรรมดาที่คนเราจะต้องเจอกับวันแย่ๆ บ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทั้งชีวิตเราเป็นชีวิตที่โหดร้าย มันก็เป็นแค่เพียงวันแย่ๆ วันหนึ่งเท่านั้น ถ้าวันไหนเจอเรื่องแย่ๆ มา ก็กลับบ้านมาฮีลใจตัวเองให้เต็มที่ กินข้าวให้อิ่ม อาบน้ำให้ร่างกายรู้สึกสบาย และนอนหลับให้เต็มที่ พรุ่งนี้ตื่นเช้ามา ก็เป็นวันใหม่ ให้เราได้มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ และกลับมาสดใสได้ยิ่งกว่าเดิม

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : leannaorganics.com, thoughtcatalog.com, psychologytoday.com, berkeleywellbeing.com

Featured Image Credit : unsplash.com/Matt Nelson

ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้การวิเคราะห์

    เราขออนุญาติใช้คุกกี้นี้เก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นให้กับคุณ

Save