X

รวมสูตร เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต ทำตามง่าย อิ่มอร่อย แบบไม่อ้วน !

เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡

รวมสูตร เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต ทำตามง่าย อิ่มอร่อย แบบไม่อ้วน !

ใครที่กำลังลดน้ำหนัก หรือกำลังควบคุมอาหารและหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนกินคลีนหรือคนกินมังสวิรัติ และกำลังมองหาเมนูขนมมาทดลองทำกันอยู่ใช่หรือเปล่าคะ ? เราขอแนะนำ เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต เมนูขนมที่ทำได้ง่ายๆ และทำได้ไม่ยากสำหรับมือใหม่ เพราะไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากจนเกินไป บางสูตรก็ใช้เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ขอให้มีวัตถุดิบหลักอย่างกล้วยหอมสุกและข้าวโอ๊ตติดครัว แถมยังได้ใช้กล้วยหอมที่สุกเกินรับประทาน มาแปรสภาพเป็นขนมแสนอร่อยได้ด้วย จะมีเมนูไหนกันบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

สูตรเค้กกล้วยหอมคลีน  7 เมนูที่ไม่ธรรมดา

หลายๆ คนอาจจะซื้อกล้วยหอมไว้ติดบ้านเพราะรับประทานได้ง่าย ช่วยแก้หิวหรือรองท้องได้ แต่บางคนก็ไม่มีคนช่วยกิน จนกล้วยสุกกินไม่ทัน กล้วยหอมที่สุกจนงอมจะพบจุดสีน้ำตาลเข้มบนเปลือกกล้วย ทำให้ดูไม่น่ารับประทาน แต่รู้หรือไม่ว่า นี่เป็นระยะที่กล้วยจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าระยะอื่น แต่ถ้าใครไม่ชอบกินกล้วยสุกเกินไป เรามีวิธีแปรรูปกล้วยเป็นเค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ตมาฝากกัน จะได้ไม่ต้องทิ้งของกินไปเปล่าๆ นะคะ ส่วนกล้วยในระยะอื่นๆ ก็สามารถทำเมนูกล้วยหอมคลีนแบบต่างๆ ได้ มาดูกันเลยค่ะว่า เมนูเค้กคลีนจากกล้วยหอม จะมีเมนูอะไรกันบ้าง

1. เค้กกล้วยหอมคลีนเนยถั่ว

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit : tasty.co/recipe

วัตถุดิบ :

  1. กล้วยหอมสุก 2 ลูก 
  2. ข้าวโอ๊ตชนิดละเอียด ½ ถ้วยตวง
  3. ไข่ไก่ 2 ฟอง 
  4. เนยถั่ว

วิธีทำ :

  1. บดกล้วยหอมให้ละเอียด 
  2. ผสมข้าวโอ๊ตลงไป ตอกไข่ใส่ลงไป ผสมให้เข้ากัน 
  3. เทส่วนผสมลงในถ้วยพิมพ์คัพเค้ก และตักเนยถั่วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะใส่ตรงกลางเนื้อเค้ก
  4. อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก เพียงเท่านี้ ก็จะได้เค้กกล้วยหอมคลีนง่ายๆ เก็บไว้รับประทานได้หลายวันแล้วค่ะ

2. เค้กกล้วยหอมคลีนโกโก้อัลมอนด์สไลด์

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit : beamingbaker.com

เมนูนี้ เป็นอีกหนึ่งเมนูเค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต ที่เอาใจคนรักช็อกโกแลตด้วยการเพิ่มผงโกโก้ลงไปในเนื้อเค้กด้วย ก็จะได้เค้กช็อกโกแลตแบบคลีนที่ทั้งได้ประโยชน์จากกล้วยหอมและข้าวโอ๊ต เป็นเมนูขนมที่มีใยอาหารสูง และผงโกโก้ยังมีโพลีฟีนอลที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย และสำหรับใครที่ชอบกินเค้กช็อกโกแลต แต่กำลังเริ่มหัดกินคลีนหรือกำลังควบคุมอาหารละก็ เมนูนี้ ก็จะช่วยลดความอยากของหวานเบเกอรี่ได้ค่ะ

วัตถุดิบ :

  1. กล้วยหอมสุก 2 ลูก 
  2. ข้าวโอ๊ตชนิดละเอียด ½ ถ้วยตวง
  3. ผงโกโก้ 20 กรัม
  4. นมสด หรือนมถั่วเหลือง ¼ ถ้วยตวง
  5. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  6. อัลมอนด์สไลด์สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ :

  1. บดกล้วยหอมให้ละเอียด 
  2. ผสมข้าวโอ๊ตตามลงไป 
  3. ร่อนผงโกโก้ตามลงไป 
  4. ตอกไข่ลงไปผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่นมสดหรือนมถั่วเหลืองตามลงไป เพื่อไม่ให้เนื้อเค้กแห้งจนเกินไป 
  5. ตักใส่พิมพ์ ก่อนอบโรยอัลมอนด์สไลด์ลงบนหน้าเค้ก
  6. อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก

3. เค้กกล้วยหอมคลีนอบไมโครเวฟ

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit : cookpad.com

สูตรเค้กกล้วยหอมคลีนอบไมโครเวฟสูตรนี้ เป็นวิธีทำเค้กกล้วยหอมคลีนที่น่าสนใจเพราะไม่ใส่แป้ง ไม่ใส่น้ำตาล เราจะได้ความหวานจากกล้วยหอมโดยตรงเลย ที่สำคัญใช้เตาไมโครเวฟในการอบ ใครไม่มีเตาอบก็สามารถทำได้ สำหรับสูตรนี้สามารถแบ่งรับประทานได้ 2 มื้อค่ะ

วัตถุดิบ :

  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  2. กล้วยหอม 2 ลูก
  3. ข้าวโอ๊ต 4 ช้อนโต๊ะ
  4. อัลมอนด์

วิธีทำ :

  1. นำกล้วยหอม 1 ลูกครึ่งมาบดให้ละเอียด  ส่วนที่เหลืออีกครึ่งลูก ให้เก็บไว้ตกแต่งหน้าเค้ก
  2. นำกล้วยหอมบดที่ได้มาผสมกับข้าวโอ๊ต และไข่ไก่  จากนั้นตีผสมให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ ตั้งทิ้งไว้ 1 นาที และแต่งหน้าส่วนผสมของเค้กด้วยกล้วยหอมที่เหลือ
  3. ปรับระดับเตาไมโครเวฟที่ Medium high ก่อนนำส่วนผสมเข้าไมโครเวฟ 4 – 5 นาที (ถ้าหากเพื่อนๆ กลัวไหม้  ก็สามารถนำออกมาดูเป็นระยะๆ ได้)
  4. หลังจากเค้กสุกแล้ว ให้นำออกมาตั้งทิ้งไว้ 1 นาที ให้เซ็ทตัว แล้วโรยด้วยอัลมอนด์

เกร็ดสุขภาพ : อาหารคลีน คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่างๆ หากนำไปผ่านการแปรรูป ก็จะแปรรูปให้น้อยที่สุด  อาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารที่สดสะอาด ผ่านขั้นตอนการปรุงแต่งมาน้อยหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย เน้นธรรมชาติของอาหารนั้นเป็นหลัก ไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสใดๆ มากจนเกินไป อย่างในเค้กกล้วยหอมคลีนข้าวโอ๊ต นั้น ก็อาศัยความหวานจากน้ำตาล 3 ชนิดใน กล้วยหอม ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส ดังนั้นในวิธีทำเค้กกล้วยหอมคลีนจึงไม่เติมน้ำตาลลงไปหรือใช้น้ำผึ้งแทนค่ะ

4. เค้กกล้วยหอมคลีนสูตรโฮลวีท

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit : tastesbetterfromscratch.com

แป้งโฮลวีทหรือแป้งข้าวสาลีชนิดไม่ขัดสีให้คุณค่าด้านใยอาหารแก่ร่างกายของเรา  พอนำมาใช้ในสูตรเค้กกล้วยหอมคลีนสูตรนี้ ยิ่งช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสให้น่ารับประทานมากขึ้น  สำหรับสูตรนี้จะใช้กล้วยหอมที่สุกมาก เพราะยิ่งสุกมาก ก็ยิ่งหวาน แถมยังบดง่าย และเพิ่มความหวานให้กับขนม  แต่ถ้าใครไม่มีกล้วยสุกก็ใช้เคล็ดลับนี้ได้เหมือนกัน โดยนำกล้วยหอมปอกเปลือกไปอบที่ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 6 – 8 นาทีหรือจนกว่าผิวกล้วยจะคล้ำ ก็จะได้กล้วยที่มีความสุกงอมมากขึ้นค่ะ

วัตถุดิบ :

  1. กล้วย 4 ลูก หรือประมาณ 1 ⅓  ถ้วยตวง 
  2. ไข่ไก่ใบใหญ่ 1 ฟอง
  3. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  4. อบเชยป่น 1 ช้อนชา
  5. ผงฟู 1 ช้อนชา
  6. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  7. เกลือ ½  ช้อนชา
  8. แป้งโฮลวีท 1 ½  ถ้วยตวง

วิธีทำ :

  1. ให้เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส รอไว้
  2. นำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียดแล้วใส่ลงในชามผสม ใส่ไข่  น้ำผึ้ง และอบเชย คนให้เข้ากัน แล้วพักไว้
  3. เตรียมชามผสมอีก 1 ใบ  ผสมแป้งโฮลวีท ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือ ให้เข้ากัน จากนั้นนำไปใส่ในส่วนผสมของกล้วยแล้วคนให้เข้ากัน
  4. ตักแป้งที่ได้ลงในพิมพ์ แล้วนำเข้าอบ 18 – 25 นาที   ด้วยวิธีทำเค้กกล้วยหอมคลีนตามสูตรนี้จะได้เค้กทั้งหมด 12 ชิ้น สามารถเก็บไว้กินได้ค่ะ

5. เค้กกล้วยหอมข้าวโอ๊ตช็อกโกแลตชิป

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit :cleananddelicious.com

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต ช็อกโกแลตชิปเมนูนี้ ไม่มีนมและแป้งจึงปราศจากกลูเตน ผู้ที่แพ้กลูเต็นสามารถรับประทานได้ เสริมความอร่อยด้วยช็อกโกแลตชิป อีกทั้งยังทำได้ง่ายและรวดเร็ว เด็กก็กินได้ ผู้ใหญ่ก็กินดี จะทำเป็นเมนูของหวานประจำบ้านให้เด็กๆ ก็ได้นะคะ

วัตถุดิบ :

  1. ข้าวโอ๊ต 3 ถ้วยตวง
  2. ผงฟู 2 ช้อนชา
  3. อบเชย 1 ช้อนชา
  4. ลูกจันทน์เทศบด 1/8 ช้อนชา
  5. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  6. กล้วยบด 1 ถ้วยตวง (กล้วย 2 – 3 ลูกแล้วแต่ขนาด)
  7. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  8. นมอัลมอนด์ไม่หวาน 1 ถ้วยครึ่ง 
  9. ช็อกโกแลตชิปขนาดเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :

  1. เปิดเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส  รอไว้ 
  2. นำชามขนาดใหญ่มาใส่ข้าวโอ๊ต  ผงฟู  อบเชย  ลูกจันทน์เทศ  และเกลือ แล้วผสมให้เข้ากัน
  3. นำชามอีกใบใส่กล้วยบด ไข่ และนม จากนั้นตีผสมจนเข้ากันดี
  4. เทส่วนผสมของกล้วย  ไข่  และนม  ลงบนส่วนผสมข้าวโอ๊ต  แล้วคนให้เข้ากัน
  5. แบ่งส่วนผสมทั้งหมดลงในพิมพ์  แล้วโรยหน้าด้วยช็อกโกแลตชิป
  6. นำเข้าอบเป็นเวลา 20 – 25 นาที หรือจนสุก ปล่อยให้เย็น  หากต้องการเก็บไว้รับประทาน ให้เก็บในภาชนะที่ไม่มีอากาศถ่ายเท นำไปไว้ในตู้เย็น  จะเก็บเค้กกล้วยหอมคลีนข้าวโอ๊ตได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์

6. เค้กกล้วยหอมคลีนสูตรธัญพืช

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit : cwk-food.com

เอาใจคนรักธัญพืชด้วยเค้กกล้วยหอมคลีนที่ผสมเมล็ดธัญพืชลงไปด้วย ได้เนื้อสัมผัสที่ต่างจากเค้กกล้วยหอมทั่วๆ ไป เพราะมีความกรุบกรอบของธัญพืชอยู่ในเนื้อเค้กด้วย ทั้งยังได้แคลเซียมจากงาขาวงาดำ ได้วิตามินอีจากเมล็ดทานตะวันและเมล็ดฟักทอง เป็นเมนูเค้กกล้วยหอมที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

วัตถุดิบ :

  1. กล้วยหอม 3 ลูก
  2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  3. ข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะ
  4. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  5. อินทผาลัม 4 – 6 ลูก
  6. นมถั่วเหลือง 2 ช้อนชา
  7. งาขาวหรือดำ 1 ช้อนชา
  8. ผงฟู 2 ช้อนชา
  9. เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. เมล็ดทานตะวัน 2 ช้อนโต๊ะ
  11. เมล็ดฟักทอง 2 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันมะกอก

วิธีทำ :

  1. เปิดเตาอบและตั้งอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 
  2. นำกล้วยที่หั่นเป็นชิ้น  ไข่ไก่  ผงฟู  อินทผาลัมหั่นเป็นชิ้น  ถั่วลิสงอบ  ข้าวโอ๊ต  งาขาวหรือดำ นมถั่วเหลือง เข้าเครื่องปั่นอาหารแล้วปั่นทุกอย่างให้เข้ากัน ปั่นจนกระทั่งเนื้อส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทองตามลงไป คนให้เข้ากัน
  3. ให้ใช้น้ำมันมะกอกทาบางๆ บนพิมพ์เพื่อป้องกันการติด จากนั้นเทส่วนผสมที่ปั่นดีแล้วลงในพิมพ์ และอบเป็นเวลา 25 นาที สามารถตรวจสอบดูโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงในเนื้อเค้ก ถ้าแห้งดี ก็นำออกจากเตาได้เลย

7. เค้กกล้วยหอมสูตรน้ำมันมะพร้าวเพื่อสุขภาพ

เค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ต, สูตรเค้กกล้วยหอม
Image Credit : cookieandkate.com

ด้วยวัตถุดิบในวิธีทำเค้กกล้วยหอมคลีนนี้ ถือว่าเป็นเค้กกล้วยหอมเพื่อสุขภาพได้เพราะไม่ได้ใช้แป้งขัดสีจนขาว เสริมรสหวานตามธรรมชาติด้วยน้ำผึ้ง และใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์แทนเนย  จึงทำให้เค้กกล้วยหอมนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัยและสามารถใช้เป็นเมนูของหวานสำหรับผู้ใหญ่ได้ด้วยค่ะ

วัตถุดิบ :

  1. กล้วยหอมสุกบด 1 ถ้วยตวง  (ใช้กล้วยขนาดกลางประมาณ 2 ½ ลูกหรือกล้วยขนาดใหญ่ 2 ลูก)
  2. น้ำมันมะพร้าวละลาย ⅓ ถ้วยตวง 
  3. น้ำผึ้ง ½ ถ้วยตวง 
  4. ไข่ 2 ฟอง
  5. นมอัลมอนด์  ¼ ถ้วยตวง
  6. แป้งโฮลวีต 1 ¾ ถ้วยตวง
  7. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา 
  8. วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
  9. เกลือ ½ ช้อนชา
  10. ซินนามอนป่น ½ ช้อนชา และโรยเพิ่มได้อีก
  11. สำหรับตกแต่งหน้า เช่น วอลนัท  พีแคน  ลูกเกด ผลไม้แห้งสับ  กล้วยหั่นแว่น

วิธีทำ :

  1. เปิดเตาอบที่ 165 องศาเซลเซียส  และทาถาดอบขนาด 9×5 นิ้ว  รอไว้
  2. เตรียมชามใบใหญ่  ใส่น้ำมันมะพร้าวและน้ำผึ้งแล้วตีให้เข้าด้วยกันด้วยตะกร้อมือ จากนั้นใส่ไข่และตีให้เข้ากัน แล้วจึงใส่กล้วยบดกับนมตามลงไป
  3. ใส่เบกกิ้งโซดา วานิลลา เกลือ และอบเชย แล้วคนให้เข้ากัน 
  4. เทส่วนผสมลงในถาดที่ทาไขมันแล้วโรยด้วยอบเชยเล็กน้อย นำเข้าอบ 55 ถึง 60 นาที หรือทดสอบโดยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเข้าไปตรงกลางเค้ก ถ้าไม่มีเนื้อส่วนผสมติดมาแสดงว่าเค้กสุกดีแล้ว จึงนำออกจากเตาอบ
  5. ตกแต่งหน้าด้วยสิ่งต่างๆ ที่เตรียมไว้ ปล่อยให้เค้กเย็นลงในถาดอบอย่างน้อย 10 นาที จากนั้นย้ายไปวางที่ตะแกรง พักให้เค้กเย็นดีก่อนหั่นชิ้น จัดเสิร์ฟ

เกร็ดสุขภาพ : เทคนิคลดความหวานในอาหารคลีนนั้น ประการแรกคือ ลดคาร์โบไฮเดรตแปรรูป เช่น แป้งขัดสีจนขาว เพราะจะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลในเลือดได้เร็วพอๆ กับการกินกลูโคส ดังนั้นควรเลือกแป้งไม่ขัดสีเช่น แป้งโฮลวีตแทน  ประการต่อมาคือ หยุดเติมน้ำตาล ซึ่งเป็นวิธีง่ายที่สุด เช่นเค้กกล้วยหอมคลีน ข้าวโอ๊ตที่ไม่เติมน้ำตาล และสุดท้ายคือ เลือกใช้วัตถุดิบที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำและมีใยอาหารสูง เช่น เมล็ด ธัญพืช เมล็ดพืช รวมถึงเมล็ดพืชตระกูลนัททั้งหลาย ก็จะดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

และนี่ก็เป็นสูตรเค้กกล้วยหอมคลีนทั้ง 7 เมนู และแต่ละเมนูนั้นก้มีความอร่อยแตกต่างกันไป และที่แน่ๆ คือ หลายๆ คนจะได้ไอเดียแปรรูปกล้วยหอมสุกเป็นขนมแสนอร่อยและดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน และยังได้ประโยชน์จากข้าวโอ๊ตที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก ทั้งแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง ธาตุเหล็ก โฟแลต และมีใยอาหารสูง กินแล้วอยู่ท้อง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และกล้วยหอมสุกก็เป็นความหวานจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายของเราได้พลังงานโดยที่ไม่ต้องกินแป้งขัดขาว จะรับประทานเค้กกล้วยหอมคลีนคู่กับกาแฟเป็นมื้อเช้า หรือกินเป็นของว่างรองท้องระหว่างวันก็ได้ ทั้งอร่อย และได้ประโยชน์เต็มๆ ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : si.mahidol.ac.th, nutrition.anamai.moph.go.th, dietandfitnesstoday.com, beamingbaker.com, cookieandkate.com, thecookingfoodie.com, healthline.com

Featured Image Credit : freepik.com/fahrwasser

ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ

ติดต่อโฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้การวิเคราะห์

    เราขออนุญาติใช้คุกกี้นี้เก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นให้กับคุณ

Save