“เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡
สารบอแรกซ์คืออะไร ? สังเกตยังไงเมื่ออยู่ในอาหารการกิน ?!
บอแรกซ์ เป็นสารอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยกำหนดห้ามใช้ในอาหารอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการบริโภคสารบอแรกซ์เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากสามารถทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็มีผู้ผลิตอาหารบางรายที่ฝ่าฝืน นำมาประกอบอาหารเพื่อเพิ่มความกรอบและเหนียวนุ่ม ทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังคงตรวจพบอาหารที่ปนเปื้อนสารบอแรกซ์อยู่มาก ดังนั้นในฐานะผู้บริโภคจึงต้องให้ความระมัดระวังการกินอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากบอแรกซ์ ซึ่งบทความนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับ สารบอแรกซ์คืออะไร อาหารอะไรบ้างที่มีโอกาสปนเปื้อนสารบอแรกซ์ วิธีสังเกตสารบอแรกซ์ในอาหาร อันตรายและข้อควรระวังในการกินอาหารที่มีบอแรกซ์
ไขข้อข้องใจ สารบอแรกซ์คืออะไร ? อันตรายแค่ไหน แล้วมีประโยชน์หรือไม่ ?
สารบอแรกซ์คืออะไร บอแรกซ์เป็นสารประกอบที่มีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมบอเรท (Sodium Borate) หรือคนไทยจะรู้จักกันในชื่อ ผงกรอบหรือน้ำประสานทอง บอแรกซ์มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ไม่มีกลิ่น และละลายน้ำได้ แม้จะมีข้อห้ามในการนำไปใช้ในอาหาร แต่มักพบว่าสารนี้ถูกนำไปเจือปนในอาหารต่างๆ เพื่อสร้างความกรอบและความเหนียวนุ่ม ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
ตามปกติกลไกในร่างกายของมนุษย์สามารถขับสารบอแรกซ์ออกมาได้ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้นผู้ที่บริโภคอาหารปนเปื้อนสารบอแรกซ์ติดต่อกันเป็นประจำ ร่างกายอาจกำจัดสารชนิดนี้ออกมาไม่ทัน จนบอแรกซ์อาจสะสมอยู่ในร่างกายมากขึ้นและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยอาการผิดปกติจากสารบอแรกซ์คืออะไรบ้างนั้น ได้แก่ คลื่นไส้ ปวดท้องรุนแรง ระคายเคืองทางเดินอาหาร อาเจียนเป็นเลือด หากมีบอแรกซ์สะสมอยู่ในร่างกายสูง ก็จะทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะ เป็นพิษต่อไต ไตอักเสบ หรือเกิดภาวะไตวาย (อ่านเรื่องอาการโรคไตระยะแรกเพิ่มเติมได้) ทั้งนี้เมื่อร่างกายได้รับสารบอแรกซ์ในปริมาณ 5-15 กรัม ก็อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้
พิษของสารบอแรกซ์คืออะไร สารนี้ทำให้เกิดพิษสะสมในร่างกาย ส่วนใหญ่จะสะสมไว้ที่กรวยไต ทำให้เกิดการอักเสบ โดยเฉพาะในวัยเด็ก หากบริโภคเกิน 5 กรัม/ครั้ง และผู้ใหญ่ ถ้าบริโภคเกิน 15 กรัม/ครั้ง เสี่ยงมากที่จะเสียชีวิต ทั้งนี้ไม่ว่าร่างกายจะได้รับสารนี้เข้าไปในปริมาณมากในคราวเดียวหรือรับน้อยแล้วไปสะสม ก็สามารถส่งผลให้เสียชีวิตได้ทั้งสิ้น
อาหารที่อาจปนเปื้อนบอแรกซ์
สารบอแรกซ์ในอาหารนั้น มักตรวจพบส่วนประกอบของบอแรกซ์ในอาหารดังต่อไปนี้
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสด หมูสด หมูบด หรือปลาบด เป็นต้น
- ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ทอดมัน ลูกชิ้น ไส้กรอก หรือหมูยอ เป็นต้น
- ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้ดอง หรือผักดอง
อย่างไรก็ตาม การใช้สารบอแรกซ์ปรุงแต่งอาหารเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะอันตรายของสารบอแรกซ์คืออะไรนั้นอาจถึงแก่ชีวิตได้ หากพบเห็นหรือตรวจพบอาหารที่ปนเปื้อนสารบอแรกซ์ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบ เพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ ตรวจสอบ และดำเนินการตามข้อกฎหมาย เพราะการใช้บอแรกซ์ในอาหาร เป็นสารเคมีห้ามใช้ในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 151 (พ.ศ. 2536) เรื่องวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ซึ่งโทษของการผลิตหรือจำหน่ายอาหารซึ่งปนเปื้อนสารบอแรกซ์นั้นถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25 (1) เป็นอาหารไม่บริสุทธิ ตามมาตรา 26 (1) มีโทษตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เกร็ดสุขภาพ : วิธีหลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนสารบอแรกซ์คืออะไรนั้น ก็คือให้เลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเดิมๆ เพื่อลดการสะสมพิษในร่างกาย เมื่อต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ ให้ล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำไปปรุงอาหาร เพื่อลดปริมาณหรือขจัดสารบอแรกซ์ออกไป กรณีที่จะซื้อเนื้อสัตว์บด ให้เลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่สะอาด มีคุณภาพ และปลอดภัยปลอดสาร ก่อนนำมาบดด้วยตนเอง เนื่องจากหากเป็นเนื้อสัตว์บดสำเร็จรูปจะนำมาล้างทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก หากเป็นเครื่องในก็ให้ล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อนที่จะรับประทาน เช่น กระเพาะหมู, ตับ, กึ๋น เป็นต้น (ดูวิธีต้มกระเพาะหมูที่สุกและปลอดภัยเพิ่มเติมได้เลย)
การตรวจสารบอแรกซ์ในอาหาร
วิธีที่ทราบผลได้เร็ว สะดวก และมีความแม่นยำสูงในการตรวจสารบอแรกซ์คืออะไรนั้นคือการใช้ชุดทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ตรวจวัดสารบอแรกซ์ในอาหารทั้งอาหารสุกและอาหารสด วิธีการคือ นำตัวอย่างอาหารที่คาดว่าปนเปื้อนบอแรกซ์มาหั่นหรือบดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ และเติมสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจนชุ่ม ก่อนใช้กระดาษขมิ้นสีเหลืองจุ่มลงไปครึ่งแผ่นแล้วนำขึ้นมาทิ้งไว้ให้แห้ง หากสังเกตพบว่ากระดาษส่วนที่จุ่มลงไปในน้ำเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดง แสดงว่าอาหารดังกล่าวมีการปนเปื้อนสารบอแรกซ์ และไม่ควรนำมารับประทาน
โดยความไวของชุดทดสอบสารบอแรกซ์ระดับต่ำสุดที่ตรวจได้ในอาหาร อยู่ที่ประมาณ 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม (ppm) และระดับต่ำสุดที่ตรวจได้ในสารเคมี อยู่ที่ 50 มิลลิกรัม /กิโลกรัม
แม้ในเรื่องของอาหารบอแรกซ์จะเป็นสารเคมีที่อันตราย แต่สำหรับเรื่องงานบ้าน การทำความสะอาดแล้ว สามารถนำบอแรกซ์มาใช้ประโยชน์ได้มากมาย ประโยชน์ของสารบอแรกซ์คืออะไรบ้าง มาดูกัน
1. เป็นส่วนผสมของการทำสเปรย์ทำความสะอาดอเนกประสงค์
ในการสร้างสเปรย์อเนกประสงค์นั้นให้นำบอแรกซ์ 2 ช้อนชาละลายลงในน้ำร้อน 4 ถ้วยจากนั้นผสมกับสบู่ล้างจาน 1 ช้อนชาและน้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมที่ได้สามารถนำไปทำความสะอาดเคาน์เตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หน้าต่างและอื่นๆ ได้
2. ทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง
ใช้บอแรกซ์จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอุ่น 1 แกลลอน ส่วนผสมที่ได้นำไปทำความสะอาดพื้นกระเบื้องหรือไวนีล
3. กำจัดมดและแมลงในบ้าน
ผสมผงบอแรกซ์กับน้ำตาลทรายขาว จากนั้นโรยส่วนผสมนี้ในบริเวณที่คุณมองเห็นมด แต่ควรระมัดระวังเด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยงไม่ให้เผลอกินส่วนผสมนี้เข้าไป มดจะเก็บน้ำตาลพร้อมบอแรกซ์กลับไปที่รังของมันและกิน ก่อนจะตาย
4. ขจัดคราบสนิม
ผสมบอแรกซ์กับน้ำอุ่นและน้ำมะนาว (อ่านประโยชน์ของมะนาวเพิ่มเติมได้นะคะ) คนให้เข้ากันจนมีลักษณะเป็นครีม นำไปวางไว้บนพื้นที่ๆ เป็นสนิม แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 15 นาที ก่อนจะเช็ดด้วยผ้าหมาดๆ
เกร็ดสุขภาพ : หากจะใช้บอแรกซ์ที่บ้าน มีข้อควรระวังที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย ดังนี้ ใส่ถุงมือ ใช้บอแรกซ์ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีเปลี่ยนเสื้อผ้าถ้าบอแรกซ์สัมผัสถูก ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหาร ดื่มน้ำ แต่งหน้า ทาเครื่องสำอาง หากผงบอแรกซ์เข้าตาหรือโดนผิวหนัง ในกรณีที่สัมผัส ให้ล้างผิวหนังและดวงตา ด้วยน้ำอย่างน้อย 15 นาที
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : fic.ifrpd.ku.ac.th, oryor.com, webmd.com
Featured Image Credit : pexels.com/Karolina Grabowska
ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ