“เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡
คู่มือสุขภาพคนโสด ทั้งกาย และใจ “Single Health Guide” (ฉบับครบที่สุด)
เป็นโสด ไม่ได้หมายถึงการขาดใคร แต่คือช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง เป็นโอกาสให้ฟังเสียงของร่างกายและหัวใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อดูแลทั้งสองอย่างด้วยความเข้าใจ สุขภาพดีไม่ใช่สิ่งที่รอให้ใครมามอบให้ แต่คือของขวัญที่เราสร้างได้ด้วยตัวเอง ในบทความนี้ เพื่อสุขภาพ ตั้งใจทำคู่มือดูแลสุขภาพคนโสด ที่จะพาไปสำรวจทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ทุกวันของคนโสดเต็มไปด้วยพลังและความสุขจากภายในกันค่ะ
คู่มือสุขภาพฉบับคนโสด ตรวจสุขภาพ–ฟิตใจให้พร้อมใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
11.11 เป็นวันที่ไม่ได้มีไว้แค่ช้อป แต่ยังเป็นวันที่ดีในการ “รีเซ็ตสุขภาพตัวเอง” สำหรับคนโสด หลายคนอาจมองว่าความโสดคือความเงียบเหงา แต่แท้จริงแล้วมันคือช่วงเวลาที่เราได้หันกลับมาดูแลตัวเองอย่างแท้จริง งานวิจัยหลายชิ้นยังพบว่า คนโสดมีแนวโน้มใส่ใจสุขภาพมากกว่า เพราะมีเวลาเลือกทำสิ่งที่รัก กินดี นอนพอ และอยู่กับตัวเองอย่างสมดุล ทั้งกายและใจ ตามมาดูวิธีดูแลสุขภาพทั้งกายและใจกันเลยค่ะ
สุขภาพกาย “รู้ทันร่างกายตัวเอง”
คนโสดควรใช้ช่วงเวลานี้เพื่อทำความรู้จักร่างกายตัวเองให้มากที่สุด เพราะการตรวจสุขภาพและดูแลเชิงป้องกันคือ “ของขวัญแห่งการรักตัวเอง” ที่ยั่งยืนที่สุด มาดูกันว่าผู้หญิง และผู้ชายควรใส่ใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษบ้าง
[ สำหรับผู้หญิงโสด ]

1. ตรวจภายในประจำปี
ช่วงอายุแนะนำ : เริ่มตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไป หรือภายใน 3 ปีหลังมีประจำเดือนครั้งแรก
ตรวจอะไร : มะเร็งปากมดลูก (Pap smear หรือ HPV test) ทุก 3 ปี, ตรวจตกขาว, ตรวจมดลูกและรังไข่ ใครสนใจเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เราเคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้ว อ่านเพิ่มได้อีกนะคะ
เหตุผล : ช่วยตรวจหาความผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ป้องกันมะเร็งและภาวะฮอร์โมนผิดปกติได้
แม้จะไม่มีเพศสัมพันธ์ ก็ยังควรตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear หรือ HPV test) ทุก 3 ปี เพราะการตรวจนี้จะช่วยป้องกันโรคร้ายในระยะเริ่มต้นได้ค่ะ
2. ตรวจฮอร์โมน และภาวะโลหิตจาง
ช่วงอายุแนะนำ : 25 ปีขึ้นไป หรือเมื่อมีอาการรอบเดือนผิดปกติ เหนื่อยง่าย ผมร่วง อารมณ์แปรปรวน
ตรวจอะไร : ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen, Progesterone), ฮอร์โมนไทรอยด์, ค่าเลือด CBC และธาตุเหล็ก
เหตุผล : ฮอร์โมนมีผลต่อทั้งอารมณ์ ผิวพรรณ และรอบเดือน การรู้ค่าพื้นฐานจะช่วยป้องกันภาวะฮอร์โมนแปรปรวน
3. ตรวจมวลกระดูก (Bone Density Test)
ช่วงอายุแนะนำ : อายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีน้ำหนักน้อย ดื่มกาแฟ/ชาเกินวันละ 2 แก้ว หรือขาดการออกกำลังกาย
ตรวจอะไร : ความหนาแน่นของมวลกระดูกบริเวณสันหลังและสะโพก
เหตุผล : ป้องกันโรคกระดูกพรุน และกระดูกหักในอนาคต โดยเฉพาะช่วงวัยทำงานที่มักนั่งนาน
4. โภชนาการที่ควรใส่ใจ
ช่วงอายุแนะนำ : ทุกช่วงอายุ
ควรกิน : โปรตีนดี (ปลา ไข่ เต้าหู้), ธาตุเหล็ก (ผักใบเขียว ถั่ว), แคลเซียม (นม, งา, ปลาเล็ก)
เคล็ดลับ : งดน้ำตาล และอาหารแปรรูปมากเกินไป เพื่อให้ฮอร์โมนสมดุล ผิวพรรณสดใส
5. ออกกำลังกายเสริมความมั่นใจ
ช่วงอายุแนะนำ : ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะ 25–40 ปี
แนะนำ : พิลาทิส โยคะ เต้น หรือเวทเทรนนิ่งเบาๆ
เหตุผล : ช่วยให้กล้ามเนื้อแกนกลางแข็งแรง ระบบเลือดไหลเวียนดี และลดอาการ PMS หรือ PMDD ได้
เพื่อสุขภาพแนะนำอ่านต่อ :
- พิลาทิส ช่วยอะไร ? มารู้จักพิลาทิส เพื่อดูแลสุขภาพให้ดีกว่าเดิมกัน !
- 7 ท่าโยคะผู้สูงอายุ ทำได้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ยืนยาว !
- แนะนำ 7 ท่า โยคะยืดเส้น คอ บ่า ไหล่ ทำได้ทุกวัน เพื่อลดอาการออฟฟิศซินโดรม !
เกร็ดสุขภาพ : คนโสดที่นอนหลับไม่พอ (น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน) มักมีระดับฮอร์โมนเซโรโทนินและโดพามีนต่ำกว่าคนที่พักผ่อนเพียงพอ ส่งผลให้รู้สึกหงุดหงิดง่ายและอยากอาหารมากขึ้น การเข้านอนก่อนเที่ยงคืนช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูฮอร์โมนธรรมชาติและลดภาวะเครียดได้ดีขึ้น
[ สำหรับผู้ชายโสด ]

1. ตรวจสุขภาพประจำปี
ช่วงอายุแนะนำ : 25 ปีขึ้นไป ทุกปี
ตรวจอะไร : ความดัน ไขมัน น้ำตาลในเลือด การทำงานของตับและไต
เหตุผล : โรคเงียบอย่างเบาหวาน และความดันมักเริ่มในวัยนี้โดยไม่มีอาการ
เพื่อสุขภาพแนะนำ : คลิกดูไอเดียเมนูอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวานเพิ่มเติมได้อีกนะคะ
2. ตรวจฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Test)
ช่วงอายุแนะนำ : 30 ปีขึ้นไป หรือเมื่อมีอาการเหนื่อยง่าย สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน
ตรวจอะไร : ระดับ Testosterone และฮอร์โมน DHEA
เหตุผล : ฮอร์โมนเพศชายต่ำมีผลต่ออารมณ์ กล้ามเนื้อ และสุขภาพทางเพศ
3. ตรวจต่อมลูกหมาก (Prostate Check)
ช่วงอายุแนะนำ : 40 ปีขึ้นไป
ตรวจอะไร : ตรวจเลือดค่า PSA (Prostate-Specific Antigen) หรืออัลตราซาวด์
เหตุผล : มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่พบบ่อย แต่รักษาได้หากตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรก
4. โภชนาการที่ควรใส่ใจ
ช่วงอายุแนะนำ : ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะวัยทำงาน 25–45 ปี
ควรกิน : โปรตีนคุณภาพดี (ปลา ไก่ ถั่ว ไข่), ไขมันดี (อโวคาโด น้ำมันมะกอก), ผักผลไม้ให้ครบ 5 สี
เคล็ดลับ : ลดอาหารมัน เค็มจัด แอลกอฮอล์ และบุหรี่ เพื่อป้องกันไขมันพอกตับและหัวใจ
เพื่อสุขภาพแนะนำอ่านต่อ : ใครไม่ชอบบกินเนื้อสัตว์ ลองดูโปรตีนจากพืช, ผัก, ผลไม้ ได้อีกนะคะ
- แนะนำ 7 ผักที่มีโปรตีนสูง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้เนื้อสัตว์ !
- ผลไม้โปรตีนสูง มีอะไรบ้าง ? แจกลิสต์ 10 อย่าง กินอร่อย ได้ประโยชน์เต็มๆ
- 10 เมนูเต้าหู้เหลือง อร่อยได้โปรตีน แบบคลีนๆ ทำง่ายๆ ไม่ยาก !
5. ออกกำลังกายครบ 3 หมวด
ช่วงอายุแนะนำ : ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะวัย 30–50 ปี
แนะนำ 3 หมวด :
- คาร์ดิโอ (วิ่ง ปั่นจักรยาน) บำรุงหัวใจ
- เวทเทรนนิ่ง สร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มการเผาผลาญ
- ยืดเหยียด ลดอาการปวดเมื่อย และเครียด
เหตุผล : การออกกำลังกายครบทั้ง 3 แบบช่วยชะลอวัย และปรับสมดุลฮอร์โมน
เพื่อสุขภาพแนะนำอ่านต่อ : มาดูไอเดีย และทิปส์ออกกำลังกายเพิ่มเติมกัน
- 7 ท่า คาร์ดิโอลดความอ้วน (สำหรับคนอ้วนโดยเฉพาะ)
- รวม 10 ท่ายืดก่อนวิ่ง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลัง วิ่งได้ดีกว่าเดิม !
- นับก้าวเดินเพื่อสุขภาพกันเถอะ ! อายุอย่างฉันต้องเดินวันละกี่ก้าว มาดูคำตอบกัน !
สรุปเช็กลิสต์ตรวจสุขภาพคนโสด
| รายการตรวจสุขภาพ | ช่วงอายุที่แนะนำ (หญิง) | ช่วงอายุที่แนะนำ (ชาย) | เหตุผล / ประโยชน์ |
|---|---|---|---|
| ตรวจสุขภาพประจำปี | ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป (ปีละ 1 ครั้ง) | ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป (ปีละ 1 ครั้ง) | คัดกรองโรคเงียบ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง |
| ตรวจภายใน / มะเร็งปากมดลูก | 21 ปีขึ้นไป หรือเริ่มภายใน 3 ปีหลังมีประจำเดือน | – | ป้องกันมะเร็งปากมดลูก และตรวจความผิดปกติของมดลูก/รังไข่ |
| ตรวจฮอร์โมน | 25 ปีขึ้นไป หรือมีอาการรอบเดือนผิดปกติ | 30 ปีขึ้นไป หรือมีอาการเหนื่อยง่าย สมาธิสั้น | รู้สมดุลฮอร์โมน ป้องกันภาวะเครียดเรื้อรัง หรืออารมณ์แปรปรวน |
| ตรวจภาวะโลหิตจาง | ทุก 1–2 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 25–40 ปี | ทุก 1–2 ปี โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายน้อย | ป้องกันอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย สมองล้า |
| ตรวจมวลกระดูก (Bone Density) | 30 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักน้อย/ดื่มกาแฟมาก | 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา | คัดกรองโรคกระดูกพรุนและภาวะกระดูกบาง |
| ตรวจต่อมลูกหมาก (PSA) | – | 40 ปีขึ้นไป | ตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้น |
| โภชนาการและน้ำหนัก | ทุกช่วงอายุ | ทุกช่วงอายุ | ปรับสมดุลอาหารให้ครบ 5 หมู่ ป้องกันโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง |
| ออกกำลังกาย | สัปดาห์ละ 3–5 วัน (พิลาทิส/โยคะ/เต้น) | สัปดาห์ละ 3–5 วัน (คาร์ดิโอ+เวทเทรนนิ่ง) | ช่วยเสริมกล้ามเนื้อ กระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข และลดความเครียด |
สุขภาพใจ “อยู่กับตัวเองอย่างเข้าใจ”

สุขภาพใจคือส่วนที่คนโสดมักละเลย ทั้งที่จริงแล้ว “ใจที่สงบและแข็งแรง” คือรากฐานของสุขภาพทั้งหมด การอยู่คนเดียวไม่ได้หมายถึงการขาดความรัก แต่คือโอกาสให้เรากลับมารู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้ง และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเงียบอย่างสบายใจ
1. ฝึก Self-Compassion (เมตตากับตัวเอง)
หยุดเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น และให้ความเข้าใจกับตัวเองมากขึ้น ลองเริ่มต้นวันด้วยการบอกตัวเองว่า “วันนี้ฉันจะใจดีกับตัวเองให้มากขึ้นอีกหน่อย”
2. เขียน Gratitude Journal
จดสิ่งเล็กๆ ที่รู้สึกขอบคุณในแต่ละวัน 3 เรื่อง เช่น อากาศดี เพลงที่ชอบ หรืออาหารอร่อย วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนโฟกัสจาก “สิ่งที่ขาด” ไปสู่ “สิ่งที่มี” ได้
3. หากิจกรรมที่ช่วยเยียวยาใจ
ตัวอย่างเช่น ปลูกต้นไม้ วาดรูป ทำอาหาร หรือฟังพอดแคสต์เรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ การได้ทำสิ่งที่เรารักโดยไม่ต้องรอใคร คือการเติมพลังใจจากภายในที่ยั่งยืนที่สุด
4. สร้าง Routine ที่ทำให้ใจสงบ
ลองหาเวลาในแต่ละวันเพื่ออยู่กับตัวเอง จิบชาเงียบๆ 10 หรือทำสมาธิก่อนนอน เพราะพฤติกรรมแบบนี้ช่วยลดความเครียดสะสมและปรับอารมณ์ให้สมดุลขึ้นได้
5. อย่าไปกลัวความเหงา
การรู้สึกเกิดความเหงาไม่ได้ผิด แต่เป็นสัญญาณว่าคุณต้องการการเชื่อมโยง ลองเข้าร่วมกิจกรรมอาสา คลาสเรียน หรือคอมมูนิตี้ที่สนใจ แล้วคุณจะพบว่าการอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ลำพังค่ะ
ตารางกิจกรรมแนะนำเพื่อฟื้นฟูใจคนโสด
| ประเภทกิจกรรม | ไอเดียกิจกรรม | ประโยชน์ต่อใจ |
|---|---|---|
| 🪴 ธรรมชาติและการอยู่กับตัวเอง | ปลูกต้นไม้ / เดินเล่นในสวน / ไปคาเฟ่เงียบ ๆ / ดูพระอาทิตย์ขึ้น | ช่วยให้ใจสงบ ลดความฟุ้งซ่าน และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ |
| 🎨 ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ | วาดภาพ / เขียนบันทึก / ถ่ายรูป / ทำสครัปบุ๊ก / จัดมุมบ้านใหม่ | ระบายความรู้สึกผ่านการสร้างสรรค์ และฟื้นพลังใจอย่างอ่อนโยน |
| 🧘 การดูแลจิตใจและร่างกาย | โยคะ / พิลาทิส / ทำสมาธิ / ดื่มชาเงียบ ๆ / นวดน้ำมันอโรม่า | ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับดีขึ้น |
| 📚 การเรียนรู้และพัฒนา Soft Skills | เรียนภาษาที่สอง / เข้าคอร์ส Mindfulness / เขียนเป้าหมายชีวิต | เสริมความมั่นใจ สร้างคุณค่าในตัวเอง และเปิดมุมมองใหม่ |
| 🤝 การเชื่อมโยงกับผู้คน | เข้าร่วมกิจกรรมอาสา / กลุ่มวิ่ง / เวิร์กช็อป / Meetup ออนไลน์ | ได้เพื่อนใหม่ที่มีความสนใจคล้ายกัน และลดความเหงาอย่างมีคุณภาพ |
| 🕯️ การพักใจอย่างตั้งใจ | ปิดมือถือหนึ่งวัน / ฟังเพลงโปรด / เขียนจดหมายถึงตัวเอง | สร้างพื้นที่เงียบให้ใจได้พัก และกลับมาโฟกัสสิ่งที่สำคัญจริง ๆ |
เกร็ดสุขภาพ : สารพฤกษเคมีในผักผลไม้แต่ละสี เช่น ไลโคปีนในมะเขือเทศ หรือแอนโทไซยานินในเบอร์รี่ มีบทบาทต่อการสร้างสารสื่อประสาทในสมอง การกินผักผลไม้ครบ 5 สีทุกวันจึงช่วยให้ร่างกายมีพลัง สมองปลอดโปร่ง และอารมณ์สมดุลมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
สุขภาพสังคม “สร้างคอมมูนิตี้ดีๆ แทนความสัมพันธ์แบบคู่รัก”
ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “คนรัก” แต่ยังรวมถึงเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่มีพลังบวกเหมือนกัน แต่คนโสดจำนวนมากกลับรู้สึกว่า “ไม่มีใคร” ทั้งที่จริงแล้ว เรามีโอกาสเชื่อมโยงกับผู้คนมากมาย เพียงแค่ต้องกล้าเปิดใจอีกนิด เพื่อสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่เติมเต็มหัวใจได้ไม่แพ้ความรักแบบคู่รักค่ะ ลองมาดูคำแนะนำกันนะคะ
1. เข้าร่วมกิจกรรมที่ถูกใจ
ลองเริ่มจากสิ่งที่เราชอบ เช่น กลุ่มวิ่งตอนเช้า คลาสโยคะ หรือชมรมปลูกต้นไม้ เพราะการเจอผู้คนที่มีเป้าหมายคล้ายกันจะช่วยสร้างพลังบวกและลดความเหงาลงได้
2. ทำกิจกรรมอาสา เติมเต็มใจด้วยการให้
การได้ช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ร่วมโครงการปลูกป่า บริจาคโลหิต หรือช่วยสอนเด็กจะช่วยให้เรารู้สึกมีคุณค่า และเชื่อมโยงกับสังคมในมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิมได้
3. เรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อขยายวงเพื่อน
ลงเรียนคอร์สสั้นๆ เช่น ทำอาหาร วาดภาพ หรือเรียนภาษา เพราะการอยู่ในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยคนที่สนใจสิ่งเดียวกัน คือจุดเริ่มต้นของคอนเนกชันใหม่ๆ ที่ไม่ต้องฝืน
4. ท่องโลกออนไลน์อย่างมีสติ
ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเรียนรู้ แบ่งปัน หรือเข้ากลุ่มออนไลน์ในเชิงบวก เช่น กลุ่มสุขภาพ กลุ่ม Mindfulness การสื่อสารออนไลน์ ก็สามารถกลายเป็นพื้นที่ดีๆ ในการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจได้
5. ดูแลความสัมพันธ์เดิมให้เติบโต
โทรหาครอบครัว นัดเจอเพื่อนเก่าบ้าง หรือส่งข้อความขอบคุณคนที่เคยช่วยเหลือ ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเหล่านี้คือแหล่งพลังใจที่มั่นคงที่สุดในวันที่อยู่คนเดียว
💡 Key Takeaways: สรุปคู่มือสุขภาพคนโสด
- 1. ฟังร่างกายตัวเองให้มากขึ้น ตรวจสุขภาพเป็นประจำ กินดี นอนพอ และเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับวัย เพื่อสร้างความแข็งแรงจากภายใน
- 2. ดูแลใจให้สงบและมั่นคง ใช้เวลาคุณภาพอยู่กับตัวเอง ฝึกเมตตากับตัวเอง และทำสิ่งที่ช่วยเติมเต็มหัวใจในทุกวัน
- 3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีรอบตัว เข้าร่วมคอมมูนิตี้เชิงบวก ทำกิจกรรมอาสา หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อให้ชีวิตมีพลังและความหมายมากขึ้น
เกร็ดสุขภาพ : การจิบน้ำอุณหภูมิห้องเป็นระยะๆ กระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นช้าลงและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ต่างจากการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มเย็นจัดที่อาจเพิ่มการตื่นตัวของร่างกายเกินจำเป็น คนที่ต้องทำงานหรืออยู่คนเดียวบ่อยๆ ควรพกน้ำติดโต๊ะไว้เสมอ เพื่อคงสมดุลทั้งกายและใจในแต่ละวัน
ความโสดไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องรอใคร แต่คือช่วงเวลาที่เราได้ “กลับมารู้จักตัวเอง” อย่างแท้จริง ทั้งร่างกายที่ต้องการการดูแล และหัวใจที่ต้องการความเข้าใจ ทุกครั้งที่เราเลือกกินให้ดี นอนให้พอ ออกกำลังกาย หรือแม้แต่ยิ้มให้ตัวเองในกระจก คือการแสดงความรักรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องมีคำว่า “เงื่อนไข” และสุขภาพดีไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่คือเส้นทางที่เราสร้างขึ้นได้ในทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน การมีร่างกายที่แข็งแรง ใจที่สงบ และสังคมรอบตัวที่ดี ก็คือเครื่องยืนยันว่า “เราดูแลหัวใจตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว” เพราะสุดท้ายแล้ว ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนที่สุดนั้นก็คือความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเราเองค่ะ
ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ
☕ สนับสนุน PUEASUKKAPAB.COM
เลี้ยงชานมเป็นกำลังใจให้ทีมคอนเทนต์ หรือ สนับสนุนเว็บไซต์ PUEASUKKAPAB.COM เพื่อให้เราผลิตบทความสุขภาพดี ๆ ต่อไปกันน้า
ขอบคุณที่ซัพพอร์ตเป็นกำลังใจให้ทีมเราได้เผยแพร่ความรู้สุขภาพดี ๆ ต่อไปค่ะ 💚




